You Are Here: Home » ข้อมูลศัลยกรรมเสริมจมูก » ฉีดจมูกนั้นอันตรายจริงหรือ

ฉีดจมูกนั้นอันตรายจริงหรือ

ฉีดจมูกนั้นอันตรายจริงหรือ

ฉีดจมูกนั้นอันตรายจริงหรือ

สำหรับท่านที่อยากเสริมจมูก เเต่ไม่อยากผ่าตัด ศัลยกรรม

“ฟิลเลอร์ (Filler) แปลตรงตัวว่า สารเติมเต็ม เมื่อฉีดแล้วจะดูเป็นธรรมชาติมากๆ และไม่ต้องผ่าตัด ฉีดปุ๊บโด่งปั๊บ ไม่ว่าเราอยากจะให้จมูกโด่ง หรือจะเติมเต็มส่วนอื่นๆ บนใบหน้า เช่น แก้มเราหายไป แก้มตอบ หลุมสิว ริ้วรอยที่ลึกๆ อย่าง บางคนใต้ตาเป็นร่องลึก พอเราฉีดฟิลเลอร์ปุ๊ปมันจะดูเติมเต็มขึ้นมา ดูสดชื่นขึ้นทันทีทันใด และที่ฮิตๆ ในหมู่วัยรุ่นตอนนี้คือ ฟิลเลอร์เติมเต็มจมูก

สารที่ใช้ฉีดจมูกนั้นมีหลายประเภท เช่น

1. ฉีดจมูกด้วย สาร restylane

การ ฉีดด้วยrestylane ปัญหาน้อยกว่าเสริมเเบบเเท่งค่ะ แลมีอาการบวมน้อย และไม่อันตรายเพราะเป็นสารตามธรรมชาติ ดูธรรมชาติ หมอบอกพังพืดอาจจะเกิดหรือไม่ก็ได้ ถ้าเกิดก็กลับมาโด่งกว่าเดิมเล็กน้อย  เเต่ข้อเสียคือมันอยู่ได้ไม่นาน เเค่ 8-10 เดือน มันก็จะสลายไปเอง ต้องหมั่นไปให้หมอเอาเข็มจิ้มจมูก ในระยะเวลาที่กำหนด

เเต่มีข้อดีคือร่างกายจะสร้างพังผืดเเละคลอลาเจน

มาห่ออุ้มไว้ ทำให้เวลายุบตัวไม่กลับมาเเบบเท่าเก่า (เเต่ว่าพังผืดเเละคลอลาเจนนั้นขึ้นอยู่เเต่ละคนไม่เท่ากัน

ฉีด Restylane
ความเปล่งปลั่ง อ่อนเยาว์ของรูปหน้าและผิวพรรณ ความสามารถในการต่อต้านการทำลาย จากมลภาวะ ไม่ว่าจะเป็นแสงแดด สายลม หรือ แม้แต่กาลเวลาจากวัยที่ล่วงเลย ล้วนขึ้น อยู่กับ “HYALURONIC ACID” ทั้งสิ้น

เนื่องจากเป็นสารที่มีอยู่ตามธรรมชาติในผิวหนังและอวัยวะต่าง ๆ ของมนุษย์ มีหน้าที่ สำคัญเสมือนเป็นร่างแหใต้ผิวหนัง สามารถดูดซับน้ำเข้ามาไว้ในตัวของมันเองได้มาก กว่า 1,000 เท่าของปกติ จึงสามารถเพิ่มความอวบอิ่มแก่ริมฝีปาก, คาง, โหนกแก้ม, สันจมูก และรอยย่นตามจุดต่าง ๆ หรือแม้แต่รอยแผลเป็นได้อย่างปลอดภัย และเป็น ธรรมชาติ

Restylane (เรสติเลน) คือ HYALURONIC ACID (ไฮยาลูโรนิค แอสิด) ที่มีความคง ตัวสูงและไม่ได้สกัดมาจากสัตว์ (Non-Animal Stabilized Hyaluronic Acid, NASHA) จึงปลอดภัย ไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ หรือระคายเคือง และ ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย เมื่อเข้าสู่ผิวหนังจะมีคุณสมบัติในการรวมตัวกับน้ำ และอุ้มน้ำนั้นไว้ ทำให้ผิวหนังที่เป็น ริ้วรอยหรือร่องลึกตื้นขึ้น และเลือนหายไปอย่างเป็นธรรมชาติ ผิวของคุณจึงเรียบเนียน แลดูอ่อนเยาว์ และจะอยู่ได้นานถึง 8-14 เดือน

เมื่อไหร่ที่คุณควรใช้ Restylane

เมื่อคุณรู้สึกว่าผิวหน้าไม่เรียบเนียน ไม่สม่ำเสมอมีริ้วรอย และร่องลึก ทำให้คุณขาดความ มั่นใจ และต้องการเพิ่มความสมดุลบนใบหน้าด้วยวิธีที่ ปลอดภัย รวดเร็ว ทันที โดยไม่ก่อ ให้เกิดรอยแผล หรืออาการแพ้

ผลที่ได้จาก Restylane
Restylane จะเข้าไปช่วยเติมเต็มผิวหน้าที่มีริ้วรอย ร่องลึก หรือรอยแผลเป็นให้เรียบ เนียนอิ่มเอิบ แลดูอ่อนเยาว์ รวมทั้งเสริมเนื้อเยื่อบริเวณที่ต้องการ เพื่อเสริมความงาม  อย่างเป็นธรรมชาติให้กับผิวหน้าของคุณ ซึ่งสามารถเห็นผลทันทีหลังการฉีด

นอกจากนี้ ยังทำให้สารอาหาร, ออกซิเจน และฮอร์โมนต่าง ๆ สามารถซึมผ่านเข้าไป  หล่อเลี้ยงเซลล์ผิวหนังได้ จึงทำให้ผิวเนียนนุ่ม และดูเป็นธรรมชาติ และมีสุขภาพผิวที่ดีึ

ทำไม Restylane จึงปลอดภัยสำหรับคุณ
โดยปกติแล้วร่างกายคนเราหรือสิ่งมีชีวิตทุกชนิดจะมีสาร “ไฮยาลูโรนิค แอสิด” เป็นส่วน ประกอบอยู่ในร่างกายตามธรรมชาติ ซึ่งสารนี้ยังสามารถผลิตได้โดยการใช้เทคโนโลยี  ทางชีวภาพ ซึ่งไม่ได้สกัดมาจากสัตว์ จึงมีความบริสุทธิ์สูงมากปราศจากสารต่าง ๆ หรือสิ่งแปลกปลอมที่ก่อให้เกิดการแพ้ ซึ่งคนไข้ไม่ต้องผ่านการทดสอบการแพ้ของผิว หนังก่อนฉีด จึงประหยัดค่าใช้จ่าย อีกทั้ง Restylane สามารถสลายไปได้ด้วยกลไก
ตามธรรมชาติในร่างกาย จึงมีความปลอดภัยสูงกว่าสารฉีดเพื่อลบริ้วรอยชนิดอื่น ๆ

คุณจะมั่นใจใน Restylane ได้อย่างไร
Restylane เป็นผลิตภัณท์ทางการแพทย์ที่มีรายงานผลความปลอดภัยจากผู้เข้ารับการ รักษามาแล้วมากกว่า 1,000,000 ราย ใน 40 กว่าประเทศทั่วโลก มีมาตรฐานการผลิต ที่ผ่านการตรวจสอบอย่างเข้มงวดจากสวีเดน ซึ่งเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงด้านสุขภาพ และความงามจากธรรมชาติ และยังได้รับการรับรองความปลอดภัยจาก FDA ซึ่งเป็น สถานบันรับรองคุณภาพมาตรฐานจากอเมริกา และยุโรป

นอกจากนี้ Restylane ยังผ่านการรังรองคุณภาพมาตรฐานความปลอดภัยจากสำนัก งานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. ซึ่งเป็นรายแรก และรายเดียวในประเทศไทย จึงทำให้คุณสามารถมั่นใจกับความปลอดภัยของ Restylane ได้

หลังจากฉีด Restylane แล้วควรปฏิบัตตนอย่างไร
หลีกเลี่ยงการใช้สารผลัดเซลล์ผิวชั่วคราว เช่น AHA, BHA หรือ Retinoid gel หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ หลีกเลี่ยงบริเวณที่มีอากาศร้อนหรือเย็นเกินไป หลีกเลี่ยงการรับประทานยาจำพวกแอสไพริน ดื่มน้ำประมาณ 8 แก้วต่อวัน ดั้งนั้นคุณจะพบว่า Restylane สามารถช่วยให้คุณแลดูอ่อนเยาว์ได้ทันทีอย่างเป็น  ธรรมชาติ และปลอดภัยที่สุด

2. ฉีดจมูกด้วย ไฮยาลูโรนิก

    เจ้าสารไฮยาลูโรนิก กำลังเป็นที่นิยมมากทั่วโลกเวลานี้ อย.สหรัฐฯ รับรองเองว่า ไม่ต้องทำ Skin Test เนื่องจากโอกาส ’แพ้’ น้อยมาก สารตัวนี้มีหลายความเข้มข้นตั้งแต่อยู่ได้ 4 เดือนไปถึง 6 – 8 เดือน ฉีดจมูกก็ใช้ความเข้มข้น 6 – 8 เดือน

หากต้องการให้สารกลุ่มนี้อยู่ได้นานขึ้น เค้าก็จะเอาสารกลุ่มนี้ไปผสมกับพวกเม็ดพลาสติก โอเค อยู่ได้นานขึ้นมาหน่อย แต่ข้อเสียก็คือ อาจจะแพ้และเป็นก้อนได้ ถ้าเป็นก้อนก็จะอยู่ตลอดชีวิตได้ เพราะว่ามันเสื่อมสลายไปไม่ได้ ซึ่งหมอไม่แนะนำ เหมือนกับพวกถาวร อย่างซิลิโคน พาราฟิน สารพวกนี้อันตรายมาก พอนานไปก็จะไหล ห้อย ย้อย เป็นก้อนเหมือนลูกมะกรูดเลย

การเสริมจมูกด้วยการฉีดฟิลเลอร์เหมาะกับคนที่ตรงปลายจมูกสูง แต่ตรงดั้งหายไป ดังนั้นแค่ฉีดดั้งให้โด่งขึ้นเพียงอย่างเดียวก็พอ แต่ถ้าไปเสริมซิลิโคนมันต้องเสริมทั้งอัน ที่น่าวิตกคือ มันทำให้ตรงไม่ได้ มันจะไม่สวย เห็นมั้ยหลายคนเสริมซิลิโคนแล้วจมูกเบี้ยว บ้างเป็นแท่งแข็งเห็นชัดเลย

การเสริมดั้งด้วยซิลิโคน หมอต้องเหลาแท่งซิลิโคน ทีนี้ความละเอียดมันไม่เท่ากับการฉีด ซิลิโคนมันมาเป็นแท่ง มันเป็นแท่งแบนๆ อย่างเก่งก็จะเหลาบนเหลาล่างให้ ตรงไหนบางตรงไหนหนาก็เหลาไปเรื่อย แต่ถ้าฉีดเราปั้นได้ เราเล่นเป็นจุดได้ ดั้งไม่มี ก็เฉพาะตรงดั้ง แต่หมอที่ฉีดฟิลเลอร์ต้องมีความชำนาญเหมือนการฉีดโบท็อกซ์นะ ต้องรู้ว่าทำอย่างไรให้มันได้ผลดี ให้สวย ฉีดอย่างไรให้ได้รูปกับใบหน้า

ข้อดีอีกหลายอย่างคือ ฉีดง่าย ไม่ย้ายที่ และเสื่อมสลายไปได้หมด 100% สมมติฉีดปุ๊บแล้วไม่ชอบ เราสามารถใช้เอมไซม์สลาย อีก 2 อาทิตย์ต่อมาก็จะหายไปหมด ถามว่าข้อเสียมีมั้ยเหรอ จะมีก็ตอนฉีดใหม่ๆ สำหรับบางคนจะเขียวช้ำบริเวณที่ฉีดประมาณ 3 – 7วัน แต่บางคนก็ไม่ช้ำเลยก็มี

ราคาไล่ไปตั้งแต่หลอดหนึ่งจะมีประมาณ 1 ซีซี โดยทั่วไปจะอยู่ที่หลอดละ 10,000, 15,000, และ 20,000 บาท ขึ้นอยู่กับว่าเราใช้กับบริเวณไหน ต้องใช้ความหนาแน่นของสารเท่าไร กรณีเติมนิดเดียวบริเวณดั้งจมูก ก็ใช้แค่ครึ่งหลอด ราคาระดับหลักพัน สมมติเราใช้ชนิดหลอดละ 15,000 บาท ครึ่งหลอดก็ 7,500 บาท ฉีดแล้วชอบใจ อีกไม่กี่เดือนมาฉีดอีก ก็เป็นค่าใช้จ่ายต่อเนื่อง”

About The Author

Number of Entries : 33

Leave a Comment

Copyright © 2012 Meedmoh.com

Scroll to top